ถ้าเป็นจริงๆคงจะดีนะ!!! หลังมีข่าวว่าชุดขาวจ่อโละตัวเบลให้ผีแดง 90 ล้านปอนด์

ก็ว่ากันไป ภายหลังที่ สื่ออังกฤษตีแผ่ว่ากลุ่ม ราชันชุดขาว นั้นพร้อมที่จะขาย แกเร็ธ เบล ให้กับทีม ผีแดง ในมูลค่า 90 ล้านปอนด์หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยกะ 4.5 พันล้านบาท ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวนี้

ภายหลังที่ เดลี สตาร์ ที่เป็นสื่อดีฬาชื่อดังของอังกฤษรายงานว่า ฝ่ายเรอัล มาดริด มหาอำนาจแห่งศึกลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะขาย แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ให้กับ ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงเปิดตลาดซื้อ – ขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ ในมูลค่า 90 ล้านปอนด์ ไม่ก็คิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 4,500 ล้านบาท

ซึ่งจากรายงานได้ระบุว่า เหล่าปีศาจแดง ได้แสดงท่าทีชัดเจนที่จะซื้อ เบล กับพร้อมได้ให้ค่าแรงสูงถึง 300,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยหมาย 15 ล้านบาท เลยทีเดียว แถมสื่อในสเปนก็ตีข่าวว่า เหล่าราชันชุดขาว พร้อมขายดาวเตะวัย 25 ปี เช่นกัน นอกจากนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ ทีมราชันชุดขาว ก็เต็มใจ ปลดปล่อย เบล ออกจากเหล่าเช่นกัน ทั้งนี้เพราะกำลังหลงไหลได้ปลื้มกับฟอร์มของ อิสโก้ มิดฟิลด์จอมทักษะที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง

และฝ่ายเรอัล มาดริด กระชากตัวปีกตีนจรวดวัย 25 ปี มาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ครั้นเมื่อหน้าร้อนปี 2013 ด้วยค่าตอบแทนสถิติโลกอยูที่ 85 ล้านปอนด์ และทำผลงานสุดยอดพาพวกคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ กับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปางซีซั่นที่ทะลุมา

เวลา 22 ปีของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ! มาส่องดาวซัลโวแต่ละหมู่-ปืนใหญ่ยิงครบ 1,500 แล้วกันดีกว่า

หลังจากที่กรุ๊ปปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ได้กลายเป็นกลุ่มที่สองในประวัติบุคคลศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ทำประตูได้ถึง 1,500 ลูก กับเป็น 1 ใน 7 ฝ่ายที่ไม่เคยตกชั้นเลยนับตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีกพอปี 1992

ซึ่งหลังเกมพอวันเสาร์ที่ อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าตัวเก่งเหล่าชาติชิลี เหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทัพปืนใหญ่ บุกไปชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 ทำให้

ทีมอาร์เซน่อล มีสถิติยิงประตูในพรีเมียร์ลีกครบ 1,500 ลูกพอดี ตามหลังอันดับหนึ่งอย่าง

ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของสถิติ 1.707 ลูก หลังจากลงเล่นเท่ากันที่ 857 นัด

มาดูตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด Top 10 นับตั้งแต่มีการก่อตั้งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ในขณะที่ กรุ๊ปเชลซี อยู่ในลำดับที่สาม ด้วยจำนวน 1,452 ประตู นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่ทำสถิติยิงมากที่สุดในฤดูกาลเดียวด้วย ที่จำนวน 103 ประตูในปี 2009 – 2010 ส่วนอันดับที่สี่เป็น เหล่าหงส์แดง ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ 1,421 ประตู พร้อมด้วยอันดับห้า พวกสเปอร์ส 1,204 ประตู

ซึ่งในส่วนของนักเตะที่ ยิงประตูได้มากที่สุด ตลอดกาลของลีกนี้ ยังคงเป็น อลัน เชียเรอร์ ที่ซัดเป็นไฟพะเนียงทั้งตอนที่อยู่กับ 1.กรุ๊ปแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยกัน 2.กลุ่มนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยจำนวนรวม 260 ประตู

เพราะว่าที่สถิติของ เหล่าปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น
1.เวย์น รูนี่ย์ 161 ประตู
2.ไรอัน กิ๊กส์ 109 ประตู
3.พอล สโคลส์ 107 ประตู

ฝ่ายปืนใหญ่ อาร์เซน่อล นำโด่งมาเพราะว่า
1.เธียร์รี่ อองรี 175 ประตู

ฝ่ายสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี มี
1.แฟร้งค์ แลมพาร์ด 147 ประตู

พวกลิเวอร์พูล มี
1.ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 128 ประตู
2.ไมเคิ่ล โอเว่น 118 ประตู

กับส่วนทีมที่ไม่เคยตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเลยนับตั้งแต่ก่อตั้งครั้นเมื่อ 22 ปีก่อน มี 7 ฝ่าย ได้แก่
1.ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
2.คณะอาร์เซน่อล
3.กลุ่มเชลซี
4.กรุ๊ปลิเวอร์พูล
5.คณะสเปอร์ส
6.หมู่เอฟเวอร์ตัน
7.ฝ่ายแอสตัน วิลล่า

ภาพอันดับดาวซัลโว 3 คนแรกของหมู่ Top 10

ซัวเรสคิดถึงเหตุการณ์ที่แคร์โรลล์ดับกับกรุ๊ปหงส์

หลังจากที่ หลุยส์ ซัวเรซ ได้แจงเหตุ แอนดี้ แคร์โรลล์ ไม่กรุ๊ปหงส์แดง ได้ โดยเชื่อว่าเป็นเพราะว่าสไตล์ของเจ้าตัวที่ไม่เหมาะกับ “บีร็อด” ที่เน้นบอลบนพื้น

ซึ่งหลุยส์ ซัวเรซ ที่เป็นหัวหอกฟันจอบของ ทีมบาร์เซโลน่า คณะยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน เอ่ยปากให้สัมภาษณ์รำลึกถึงความหลัง เพราะว่าหล่นความเห็นถึงสาเหตุที่อดีตคู่หูของตนอย่าง แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าร่างยักษ์ชาวเมือง ผู้ดี ที่ไม่เหล่าลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ น่าจักมีต้นตอมาจากกการที่สไตล์การดูแลทัพเน้นต่อบอลภาคพื้นดินทำชิ่งเร็วของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เป็นกุนซือหนุ่มชาวไอร์แลนด์เหนือ นั้นไม่เหมาะกับตัวจบสกอร์ที่เน้นความสูงใหญ่พร้อมทั้งความแข็งแกร่งอย่าง บิ๊ก แอนดี้ เลยแม้แต่น้อย

เพราะ คิง หลุยส์ ที่เขยิบมาร่วมทัพ เหล่าหงส์แดง พร้อมๆ กับ แคร์โรลล์ ในยุคของ เคนนี่ ดัลกลิช กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผมชอบให้เราเล่นบอลกันบนภาคพื้นดิน พร้อมทั้งเบรนแดน ก็ทราบเรื่องนี้ดี เขารู้ว่าถ้าเขาจับผมไปยืนเป็นกองหน้าในแบบฉบับหมายเลข 9 แล้วรอให้ปีกครอสเข้ามาให้ ผมก็จะไม่มีประโยชน์อะไรกับฝ่ายทั้งสิ้น ซึ่งถ้าพิจารณาถึงรูปแบบการเล่นที่ แอนดี้ นำเสนอ มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ ร็อดเจอร์ส จักไม่มองเขาอยู่ในแผนการ เพราะว่า แอนดี้ เป็นนักเตะที่สูง แข็งแกร่ง กับโดดเด่นกับลูกกลางอากาศ

กับอย่างไรก็ดี ผมนั้นคิดว่าผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจเขาผิด ก็เพราะว่า แอนดี้ เป็นนักเตะที่มีเทคนิคยอดเยี่ยมเช่นกัน แถมยังยิงบอลได้เนี้ยบสุดๆ พร้อมทั้งมันก็เต็มไปด้วยพลังมหาศาล แต่ถ้ามองถึงการเล่นบอลสั้น และสไตล์เน้นการสร้างผ่านบอล รวมไปถึงการหาพื้นที่ว่าง เขาก็ไม่เหมาะกับสไตล์ของ ลิเวอร์พูล ซัวเรซ ร่ายยาว

ภาพที่ดูแล้วไม่มีความสุขเลย

เรียกได้ว่า เป็นท่าดีใจหลังทำประตูได้ คือส่วนประกอบของเกมวิเคราะห์ผลบอลลูกหนัง ที่ทำให้มันลงตัวมากยิ่งขึ้น เพราะว่าว่ามันเหมือนเป็นการปลด ปลงอารมณ์ของผู้ทำประตูได้อย่างเต็มที่

ซึ่งบางคนเครียด อัดอั้นตันใจ เพราะยิงประตูไม่ได้มานาน บางคน สะใจสุด ๆ เพราะว่าเป็นเกมที่เดิมพันสูง การยิงประตูได้เป็นเหมือนการปลดแอก ยิ่งเฉพาะประตูนั้นมาในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย การแสดงอารมณ์ออกมา มันก็เหมือนเป็นการทำให้แฟนบอลอย่างเราๆ มีอารมณ์ร่วมไปกับนักเตะไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเดียวกันหรือไม่ฝั่งตรงข้าม

กับท่าดีใจเท่ๆ ที่ได้ถูกครีเอตขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่าประจำหรือไม่ก็เฉพาะกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นที่มุมธงของ โรเจอร์ มิลล่า ตำนานนักเตะของ แคเมอรูน เหรอจะเป็น เบเบโต้ ดาวยิงกลุ่มชาติบราซิล ที่ทำท่าไกวเปลอุ้มลูกที๋โด่งดังในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

มาดู 10 ชอตท่าดีใจของศึกฟุตบอลโลก

พร้อมทั้งฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ ดาวยิงหัวหงอกชาวอิตาลี ก็เคยทำท่าเอาเสื้อมาคลุมหัว เป็นไอ้โม่ง ก็กลายเป็นท่าที่ฮอตชอบ เพื่อเด็กๆ ที่เตะโปรแกรมบอลในยุคนั้น ที่เมือทำประตูได้ ก็ต้องทำตาม ราวาเนลลี่ กันเป็นแถบ

ภาพท่าดีใจที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้าแค่จำท่ากรูได้ก็ฟินแล้ว

แค่แต่ว่าความยิ่งอันน่าโหดร้ายคือ แม้ ราวาเนลลี่ เกิดช้ากว่านี้อีกราว 10 ปี เขาคงต้องเปลี่ยนท่าดีใจแล้วล่ะ ก็เพราะว่าว่าการทำแบบนั้นมันแลกมาซึ่งใบเหฟุ้งเฟื่องง ทั้งๆ ที่พูดตรงๆ ดูแล้ว การถลกเสื้อขั้นมามันก็ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้น

เหตุด้วยเกมส์ฟุตบอลในยุคนี้ นอกจากนักเตะต้องระวังการโดนใบเหโจษจันงจากการ 1.ตัดฟาวล์, 2.ด่าผู้ตัดสิน พวกเขายังต้องมาคือเผื่ออีกช็อตว่า ถ้าหากยิงเข้า ท่าดีใจที่จะทำ มันจะผิดกฎกติกาใช่ไหมไม่ ซึ่ง ตลกดีนะครับ ยิงเข้าแทนที่จักได้ปลด ปล่อยอารมณ์กันแบบเต็มที่ กลับต้องมาโดนใบเหระบืองแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เพราะว่าในกรณีที่เป็นประเด็น สดๆ ร้อนๆ ก็หนีไม่พ้นชอตของ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงชาวอุรุกวัย ของ คณะเปแอสเช ที่ดีใจด้วยท่าทางเหนี่ยวไกยิงปืน ทำให้โดนใบเหระบือง แน่นอนครับว่า เอล มาทาดอร์ ซึ่งก็คงงงๆ ว่าตูไปทำอะไรผิด ก็เลยไปขอคำอธิบาย ก่อนที่จะโดนเหร่ำลืองอีกใบ โดนไล่ออกจากสนามทันที

ภาพคาวานี่ออกอาการหลังโดนเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากท่าดีใจ ลักษณะการยิงปืน

พร้อมกับก่อนหน้านี้ ที่ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เคยโดนใบเหเลื่องงจากการถลกเสื้อโชว์ข้อความบนเสื้อตัวข้างในอวยพรวันเกิดแม่ ซึ่งมันเป็นตรรกะที่ป่วยมาก ๆ

หลังจากที่องค์การบิ๊กแห่งวงการลูกหนังอย่าง ฟีฟ่า ควรจะมองเป็นเคสดีกว่าไหม ว่า มันเป็นข้อความทางการเมืองใช่ไหมเปล่า ถ้าใช่ก็ค่อยลงดาบ

พร้อมด้วยล่าสุดที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยิงประตูตีเสมอเชลซี ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นั้นก็แสดงอาการสะใจด้วยการถอดเสื้อแบบลืมตัว แต่กลายเป็นว่า โดน หลุยส์ ฟาน กัล ผู้เป็นกุนซือ ด่าว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดซะอย่างนั้น ซึ่งก็ต้องโทษกฎนั่นแหละ เพราะถ้าสมมุติว่าเกิด อาร์วีพี โดนใบเหเลื่องงไปก่อน เขาก็จักโดนแดงทันที

ถอดเสื้อคือการปลด ปลดปล่อยจากช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่กลับถูกใบเหเลื่องงแบบที่ไม่น่าจักโดน

กับท่าการแสดงการดีใจต่าง ๆ มันเหมือนกับศิลปะ ที่คอยแต่งแต้มให้วงการไฮไลท์ฟุตบอลมีสีสัน แต่เดี๋ยวนี้ มันกลับกลายเป็นเหมือนโดนฟีฟ่า บีบ ไม่ให้จิตรกร ได้สร้างผลงานของตัวเอง ต้องเขียนงานตามใบสั่งแทนที่จิตวิญญาณ

ซึ่งอีกไม่นาน ท่าดีใจชูมือขวาของ อลัน เชียเรอร์ นั่นล่ะครับ จะเป็นท่าที่เห็นกันดาษดื่น ในวงการ ก็เพราะว่าว่าท่านี้ มันถูกต้องตามหลักที่ ฟีฟ่า ต้องการทุกประการ

Comments

comments