สาวพัทลุงวอนสังคม เครียดจัด ถูกแชร์ว่าเป็นเหยื่อข่มขืนทิ้งเหว


ชาวเน็ตต่างให้กำลังใจ หลังหญิงสาวได้รับผลกระทบจากคดีข่มขืนทิ้งเหว จ.พัทลุง โดนขุดคุ้ยภาพ ฆ่าข่มขืน พัทลุง แชร์สนั่นว่าเป็นเหยื่อ ทำให้ถูกเข้าใจผิดไปทั้งประเทศ วอนสังคมหยุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคดีสะเทือนขวัญที่ จ.พัทลุง กลุ่มวัยรุ่นร่วมกันฆ่าและข่มขืนเหยื่อสาวนำไปทิ้งเหว ที่สังคมให้ความสนใจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าคดีนี้จะมีการคลี่คลายปมได้เป็นอย่างมาก สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด แต่ยังมีผู้ที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หนึ่งในนั้นคือ หญิงสาวคนหนึ่ง ที่โลกออนไลน์กำลังแชร์ส่งต่อและกล่าวถึงเป็นอย่างเด หลังจากที่หญิงคนนี้ออกมาโพสต์ชี้แจง เนื่องจากว่าหลังเกิดเหตุมีรูปภาพของตัวเองกับชายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ส่งต่อไปทั่วโซเชียลฯ สร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นผู้เสียหาย

หญิงสาวคนดังกล่าวที่ทราบชื่อว่า น้องฟิล์ม ได้โพสต์ข้อความส่อแจง มีเนื้อหาใจความว่า “ปรารถนาให้ทุกคนเข้าหัวใจนะคะ ไม่อยากจะออกมาพูด แต่เอาไปพูดกันมาเกินไปแล้ว ไม่ได้ชื่อ นางสาวจุฑามาศ อายุ 19 ปี ตัวจริงอายุ 21 ปี บ้านอยู่ที่ จ.พัทลุง ไม่ใช่ ฆ่าข่มขืน พัทลุง จ.สงขลา ตามที่เป็นข่าว”

“ฟิล์มคือผู้หญิงในรูปที่ทุกคนแชร์อยู่ตอนนี้ แต่ไม่ใช่คนที่โดนแทงทำร้ายหรือโดนข่มขืนนะคะ อยากให้ทุกคนเข้าใจ เพราะตอนนี้โดนเอาไปพูดต่อแบบเสียๆ หายๆ ทั้งที่ไม่ใช่เลย ฟิล์มเป็นแฟนเก่าของผู้เสียชีวิตค่ะ เลิกกันมา 1 ปีแล้ว ทุกคนสงสัยว่าทำไมถึงมีรูปอยู่ในเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิต ทั้งๆ ที่เลิกรากันไปแล้ว ฟิล์มเคยขอให้เขาลบรูป แต่เขายังไม่ลบค่ะ”

“จริงๆ อยากให้ทุกคนเลิกพูดว่า เหยื่อสาวที่โดนข่มขืนคือฟิล์ม ไม่ต้องทักมาหรอกค่ะ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ฟิล์มไม่ทราบสักเรื่องเลย ไม่ได้รู้จักคนร้ายสักคน ฟิล์มก็ติดตามข่าวเหมือนกับทุกๆ คน เข้าใจฟิล์มด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนเข้าใจ ตอนนี้เรื่องนี้ทำให้เครียดมากจริงๆ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดและเป็นกำลังใจให้หญิงสาวคนดังกล่าว พร้อมวอนให้โซเชียลฯ แยกแยะและใช้วิจารณญาณในการเสพข่าวหรือดูข้อความแชร์ต่างๆ ถือเป็นอีกกรณีที่ทำให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้รองรับความเดือดร้อน ฆ่าข่มขืน พัทลุง ถูกสังคมเข้าใจผิด สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สำหรับ นางสาวเจ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เหยื่อสาวจากคดีดังกล่าว ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการเริ่มฟื้นดีขึ้น แต่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส อีกทั้งยังหวาดกลัวกับเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงปกปิดสถานที่พักฟื้นเอาไว้เป็นความลับ เพื่อสิทธิส่วนบุคคลและความปลอดภัยของเหยื่อผู้รอดชีวิต

Comments

comments