รู้ยังใครสมัคร”กองทุนการออมแห่งชาติได้บ้าง”?



กองทุนการออมแห่งชาติ
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า “กองทุนการออมแห่งชาติ” จะเริ่มเดินเครื่องเปิดรับคนที่ต้องการออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต หรือ หลังเกษียณอายุทำงาน ในวันที่ 18 สิงหาคม 2558 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะสมัครเข้ากองทุนฯเป็นประเดิมคนแรก

วันนี้ Sanook money ได้เรียบเรียงหลักเกณฑ์ คุณลักษณะของคนที่สนใจเข้าสมัคร กองทุนการออมแห่งชาติ หลักเกณฑ์การจ่ายสมทบของรัฐ ผลประโยชน์ที่จะได้รับ รวมถึง สถานที่ที่เปิดรับสมัครสมาชิกว่ามีที่ไหนบ้างเพื่อประโยชน์กับผู้สนใจออมเงินระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตกันเลยครับ

ใครสิทธิสมัครกองทุนการออมแห่งชาติบ้าง?
1 เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุตั้งแต่15 ปี ถึงไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
2 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข)
3 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนค่าบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
4 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น
5 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม
6 ไม่เป็น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
7 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายเตือนด้วยโรงเรียนเอกชน
8 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอื่นหรือไม่อยู่ในระบบบำนาญอื่นตามที่จะกำหนดกฎกระทรวง

การจ่ายเงินสะสมเมื่อเป็นสมาชิกและเงินสะสมของภาครัฐ
สมาชิกกองทุนการออมจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50 บาท และไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี โดยรัฐจ่ายสมทบให้ตามสัดส่วนดังนี้
1.อายุ 15-30 ปี รัฐจ่ายให้ 50% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 600 บาทต่อปี
2.อายุ 30-50 ปี รัฐจ่ายให้ 80%ของเงินสะสม แต่ต้องไม่เกิน 960 บาทต่อปีและ
3.อายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี รัฐจะสมทบจ่ายให้ 100% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี

การจ่ายเงินให้แก่สมาชิก
มี 2 กรณีคือ
1. กรณีที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับบำนาญจากเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์จากเงินดังกล่าว ไปตลอดอายุขัย และคืนเงินให้กับผู้มีสิทธิรับผลประโยชน์ หากยังมีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีของสมาชิกผู้นั้น
2. กรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สมาชิกจะขอรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมทั้งหมดหรือบางส่วนจากกองทุนก็ได้ โดยให้ขอรับได้เพียงครั้งเดียว
ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจะจ่ายเป็นบำนาญให้สมาชิกเมื่ออายุครบ 60 ปี ซึ่งในกรณีที่สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนทั้งหมดหรือบางส่วน จะนำเงินที่คงไว้นี้มาคำนวณจ่ายบำนาญด้วย

กรณีที่สมาชิกเปลี่ยนงานและทำให้สมาชิกได้รับความคุ้มครองหรือหลักประกันทางรายได้เพื่อการชราภาพตามกฎหมายอื่นที่มีรัฐหรือนายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุน หรืออยู่ในระบบบำนาญใดๆ สมาชิกสามรถคงเงินไว้ในกองทุน และคงการเป็นสมาชิกต่อไป โดยไม่ต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน และรัฐไม่ต้องจ่ายเงินสมทบให้

ทั้งนี้ รัฐบาลจะรับประกันให้สมาชิกได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการนำเงินสะสมและ เงินสมทบไปลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 12 เดือนโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ณใหญ่ 5 แห่ง ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

โดยจะคำนวณเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้รับกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำดังกล่าวในวันที่สมาชิกหมดสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปี หรือเสียชีวิต

สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ใดน้อย
1ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
2ธนาคารออมสิน ทุกสาขาทั่วประเทศ
3ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทั้งปวงสาขาทั่วประเทศ

หลักฐานการสมัคร
0 บัตรประชาชน

Comments

comments