รีวิว 10 ครีมกันแดดสุดเทพ สาวหน้ามันต้องลอง!



ครีมกันแดด


กลับมาแล้วค่ะ สำหรับการรีวิวเครื่องสำอางที่สาวๆ ตั้งตารอ วันนี้ เราจะพาคุณได้บล็อกแสงแดดที่ร้อนแรงจนแสบผิว ก็แหม…อากาศประเทศไทยไม่ว่าฤดูไหนแสงแดดเจิดจ้าจนแทบไม่อยากจะออกไปไหน

แต่ชะนีน้อยอย่างเราที่ต้องลงไปเดินสวยๆ กินข้าวกลางวัน ต้องเจอกับแดดแรงๆ แบบนี้ ผิวคงหมองคล้ำ บางคนต้องอยู่กลางแดดจ้าเป็นเวลานาน อาจจะกลายเป็นกระ ฝ้า ต้องใช้เวลานานเป็นปีจึงจะดีขึ้น

วันนี้ Sanook! Women จะขอแนะนำ 10 ครีมกันแดดสุดเทพ ที่เกรดดี้ใช้จริง ชอบจริง โดยจะมีเกณฑ์การวัดผล 4 ข้อ คือ 1.ลักษณะของเนื้อกันแดด 2.ควบคุมความมัน 3.คราบและหมองคล้ำ 4.ประสิทธิภาพในการกันแดด จะมีตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด ตามเกรดดี้มาดูกันได้เลย

สภาพผิว : เป็นคนผิวมัน โดยเฉพาะช่วงทีโซนจะมันมากเป็นพิเศษค่ะ

1. BB Care UV Shield SPF 50 PA+++ ครีมกันแดดสูตรใหม่จาก BB Clinic นุ่มนวลดุจใยไหมตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัสสามารถซึมเข้าผิวได้ดีและไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถป้องกันแสง UVB ได้ถึง 50 เท่า และมี PA+++ ที่ช่วยป้องกันรังสี UVA ได้ในระดับสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการออกแดดเป็นเวลานาน

ลักษณะของเนื้อกันแดด : เนื้อครีมกันแดดเกลี่ยง่าย คล้ายซิลิโคนสีเนื้ออ่อนๆ ไม่มีน้ำหอมทาแล้วให้ความรู้สึกแห้งเนียนไปกับผิว ช่วยปรับสีผิวดูสว่างขึ้น ปกปิดรูขุมขนได้ดีค่ะ เพราะมีเนื้อคล้ายไพรเมอร์ ใช้ได้ทั้งสาวผิวขาวและผิวสองสี

ควบคุมความมัน : บอกเลยชนะเลิศ ระหว่างเวลากลางวันคุมมันดีมาก ซับหน้าช่วงทีโซนนิดหน่อยก็สวยเด้งได้แล้วค่ะ

คราบกับหมองคล้ำ : ใครที่คิดว่าเนื้อกันแดดแบบนี้จะทำให้ผิวแห้งเป็นคราบนั้นคิดผิดจ๋า เนื้อสัมผัสแรกคล้ายแป้งแต่ไม่เป็นคราบเลยสักนิด เรื่องความหมองคล้ำไม่ดรอประหว่างวัน ใครที่ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ จนทำให้ช่วงทีโซนมันบ้างเล็กน้อย สามารถซับหน้าและทาแป้งทับได้แบบไรกังวลเรื่องคราบบนใบหน้าไปได้เลยค่ะ

ประสิทธิภาพในการกันแดด : หลังดำเนินลงไปเดินช้อปปิ้งเจอแดงร้อนๆ หน้าไม่มีรอยแดง ไม่แสบหน้าเลยค่ะ

2. Minus Facial Sun Protection SPF40 PA+++ กันแดดที่หลายคนคุ้นเคย เค้าเคลมไว้ว่า เนื้อครีมกันแดดเนียนนุ่มดุจใยไหม ไม่มันหรือเหนียวเหนอะหนะ ปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดวันด้วย SPF 40 สามารถใช้ได้ทุกวันอย่างปลอดภัย – ปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ ( UVA) และ รังสียูวีบี ( UVB)

ลักษณะของเนื้อกันแดด : สีเบจของเนื้อครีม ทาแล้วแห้งเนียนไปกับผิว มีลักษณะคล้ายกับ BB Care UV Shield แต่สีของครีมกันแดดจะเข้มกว่า ทาแล้วแห้งไปกับผิวไม่ต้องรอให้ครีมเซตตัวก็ทาแป้งทับได้ทันทีเหมือนกันเลยค่ะ

ควบคุมความมัน : ไม่ได้เพิ่มความมัน แต่ระหว่างวันต้องซับมันช่วงทีโซน เติมแป้งบ้างค่ะ

คราบและหมองคล้ำ : ทาแป้งทับแล้วไม่เป็นคราบให้เห็นบนใบหน้า แต่ตกบ่ายสีดรอปลงนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะสีของเนื้อครีมกันแดดที่เข้มกว่าสีผิว

ประสิทธิภาพในการกันแดด : ลงไปเจอแดดช่วงตอนกลางวันแล้วหน้าไม่แสบ สามารถสู้แดดได้มาบ้าง แต่ถ้าต้องออกแดดเวลานานๆ ก็อาจจะเป็นรอยแดงได้นิดหน่อยค่ะ

3. Neutrogena Fine Fairness Brightening UV Moisture ครีมกันแดดที่ปกป้องได้ทั้ง UVA ที่ก่อให้เกิดริ้วรอยและ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ พร้อมสูตร Oil-free ไร้ความมัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว เพื่อผิวกระจ่างใส

ลักษณะของเนื้อกันแดด : เนื้อครีมสีขาว ไม่เหนียวเหนอะ ทาแล้วซึมหายเข้าผิวไปเลย เรื่องความเรืองข้อความชุ่มชื้นช่วยได้จริง ทาแล้วจะเหลือความเงาบนใบหน้านิดหน่อยค่ะ
ควบคุมความมัน : ส่วนตัวคิดว่ากันแดดตัวนี้เหมาะกับคนผิวแห้งหรือผิวผสม สาวผิวมันขั้นเทพอย่างเกรดดี้ต้องมีซับหน้าช่วงทีโซนบ่อยสักนิดค่ะ

คราบและหมองคล้ำ : ไม่เป็นคราบและหมองคล้ำเลยค่ะ จุดที่ชอบก็ตรงนี้ เมื่อซับหน้าจากนั้นทาแป้งทับผิวหน้ากลับมาเนียนเด้งได้อีกครั้งได้ (อาจจะต้องขยันเติมแป้งหน่อยนะคะ)

ประสิทธิภาพในการกันแดด : เป็นกันแดดที่ดีตัวหนึ่ง ออกไปกลางแจ้งจัดๆ เป็นเวลานาน แต่ก็ไม่รู้สึกแสบหน้า หลังจากล้างหน้าผิวก็สีสม่ำเสมอไม่คล้ำลงเลยค่ะ

Comments

comments