อ.เจษฎา ชี้แจง พยาธิตัวยาวจากแมลง ไม่เป็นอันตรายกับคน



แมลงทอด


(26 พ.ค.) คลิปน่าสะอิดสะเอียด พยาธิแฝงอยู่ในร่างแมลง ดับฝันผู้ชื่นชอบทานแมลงทอด อาจารย์เจษฎา ชี้แจงเป็นพยาธิตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายกับคนและสัตว์มีกระดูกสันหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวิดีโอทหารนายหนึ่งได้ทำการชำแหละแมลงชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในการทำไปทอดรับประทาน เพื่อแสดงให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในแมลง ปรากฏว่ามีตัวคล้ายหนอน ที่ระบุว่าเป็นพยาธิชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในร่างของแมลง กลายเป็นคลิปที่สร้างความตื่นตกใจแก่ผู้ที่พบเห็นและผู้บริโภคแมลงทอดด้วย
พยาธิ
อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กและให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิในแมลงที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ระบุว่า จากคลิปดังกล่าวสิ่งที่ออกมาจากตัวแมลง คือ พยาธิขนม้า (Horesehair worm) จัดอยู่ในไฟลั่ม มีนาโตมอร์ฟ่า Nematomorpha (ไม่ใช่พยาธิทั่วไปในไฟลั่ม Nematoda)

ทั้งนี้ อาจารย์เจษฎา อธิบายว่า พยาธิจำพวกนี้จะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ มีขนาดความยาวได้ถึง 1 ฟุต เป็นพวกปรสติที่แฝงตัวอยู่ในแมลงและสัตว์ไร้กระดูกสันหลัง โดยจะเริ่มเข้าอาศัยอยู่ในตัวอ่อนของแมลง ตั้งแต่ช่วงฟักไข่ในแหล่งน้ำ และจะเจริญเติบโตตามแมลงตัวนั้น

พยาธิชนิดนี้จะอาศัยอยู่ตัวแมลงและเปลี่ยนพฤติกรรมของแมลง เมื่อโตเต็มวัยจะผลักดันให้แมลงออกไปอยู่อิสระตามแหล่งน้ำจืด เมื่อแมลงตัวนั้นตายลง พยาธิก็จะกลับลงสู่แหล่งน้ำเช่นเดิม เพื่อรอเข้าไปแฝงร่างอยู่ในตัวอ่อนแมลงตัวอื่น

อย่างไรก็ตาม หากคนกินแมลงทอดที่มีพยาธิขนม้าอยู่ น่าจะถูกทอดสุดและตายไปเรียบร้อย พยาธิชนิดนี้ไม่เจริญเติบโตในร่างกายมนุษย์ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆ วัว ควาย นก หรือ สัตว์มีกระดูกสันหลังทั่วไป หากเมื่อกินเข้าไปสดๆ พยาธิจะหาทางออกมาจากร่างกายเอง ซึ่งระหว่างนั้นอาจจะมีอาการไม่สบายท้องและลำไส้ปั่นป่วนเท่านั้น


ผู้ป่วยภูมิแพ้กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย


ผู้ป่วยภูมิแพ้กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย

หลังจากที่มีข่าวว่ามีนักเรียนโรงเรียนหนึ่งได้รับประทานแมลงทอดเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ คลื่นไส้ อาเจียน จนต้องนำส่งโรงพยาบาล ก็ทำให้เราต้องกลับไปคิดดูว่า ใครบ้างนะที่เป็นกลุ่มห้ามหรือไม่ควรรับประทานแมลงทอด จะได้ระมัดระวังตัวไว้ ซึ่งเราก็ได้อ่านเจอประกาศจากกรมวิทย์ฯ(เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2556) ที่ออกมาริเตือนผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ว่าถ้าทานแมลงทอดก็อาจจะเสี่ยงกำเนิดอันตรายได้

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เอิ้นว่า ในแมลงทอด ที่พบสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอาการของผู้ป่วย เนื่องจากสารฮีสตามีนเป็นสารที่พบได้ในอาหาร และจะพบในปริมาณมากขึ้นในอาหารประเภทโปรตีนบางชนิดที่มีฮีสตาดีนสูงและมีการปนเปื้อนบักเตรีในปริมาณสูง โดยเกิดจากการที่แบคทีเรียบางชนิดสามารถเปลี่ยนฮีสตาดีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโน ชนิดหนึ่งไปเป็นฮีสตามีน แต่ร่างกายทำได้ทำลายได้จนไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ตามมาตรฐานกำหนดปริมาณฮีสตามีนในอาหารการกินระดับสูงสุดของแต่ละประเทศแตกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร โดยมีได้ตั้งแต่ 100-200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อรับประทานแมลงทอดที่ไม่สะอาดและมีฮีสตามีนสูงจะทำให้ไปเพิ่มฮีสตามีน ในร่างกายส่งผลให้เกิดอาการรวมหมดทางด้านผิวหนัง ระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ เช่น ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดง เป็นลมพิษ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และหอบหืด ยังมีชีวิตอยู่ต้น สารฮีสตามีนดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติตั้งแต่เล็กน้อยจนเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และปริมาณอาหารที่ได้รับบวกทั้งช่วงภายที่ได้รับด้วย ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือผู้มีประวัติภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแมลงทอด เพราะอาจทำให้ได้รับสารฮีสตามีนปริมาณมากส่งผลให้อาการแพ้กำเริบพร้อมกับหากรับประทานมากอาจทำให้เสียชีวิตได้

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชนทั่วเคลื่อนที่หากจะรับประทานแมลงทอด ควรสังเกตตนเองเช่นเดียวกันว่าเคยมีอาการโรคภูมิแพ้หรือไม่ หากมีอาการของโรคนี้ควรงดการบริโภคแมลงทอด อย่างเด็ดขาด

Comments

comments