ปฏิทินแอดมิชชั่น Admissions 2558 รับสมัคร 10-17 พ.ค. 58



แอดมิชชั่น



รับสมัครแอดมิชชั่น 2558 10-17 พฤษภาคม 2558
ชำระเงินค่าสมัครแอดมิชชั่น 2558 10-19 พฤษภาคม 2558
ผู้สมัครตรวจทานสอบคะแนนที่ใช้ภายในการคัดเลือกแอดมิชชั่น 2558 25-26 พฤษภาคม 2558
ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์พร้อมทั้งตรวจร่างกาย 5 มิถุนายน 2558
สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย 15-17 มิถุนายน 2558
ประกาศผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา 1 กรกฎาคม 2558


เกร็ดเล็กเกร็ดจิ๊ด 9 ข้อ งานสมัครสอบ Admissions 58 !!



แอดมิชชั่น 58


ใกล้เข้ามาถึงแล้วกับการสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนรู้ในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ Admissions58 ประจำปีการศึกษา 2558 จะได้ตื่นเต้นกันตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม เป็นต้นไป

เราจะได้ทรรศนะระเบียบการว่าสถาบันที่ใดเปิดรับสมัคร คณะ/สาขา พร้อมกับจำนวนรับนักศึกษาในปีนี้ และวันที่ 10-17 พฤษภาคม 2558 นี่หละเป็นวันแห่งการตัดสินใจเหตุเส้นทางชีวิตของตัวเอง

สำหรับตอนนี้ผมมีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยมาฝาก เกี่ยวกับการสมัคร Admissions 2558


1 ย้ำจ้าว่าไม่ต้องซื้อระเบียบการก็ได้ เว็บไซต์ สอท จะมีให้โหลดระเบียบฉบับ pdf จ้า

2 น้องส่วนใหญ่จะรีบตัดสินใจ ตั้งแต่วันแรกเลย รีบสมัคร รีบชำระเงิน อย่างบอกว่า ถ้าใครยังไม่มั่นใจจริงๆ สมัครไว้ก่อนก็ได้ แต่ยังไม่รีบชำระเงิน ถ้าเราสมัครไปแล้ว เกิดเปลี่ยนใจก็สมัครใหม่ได้เลยนะครับ

แต่ถ้าเราสมัครไปแล้วชำระเงินไปแล้ว เปลี่ยนใจสมัครใหม่เราต้องชำระเงินอีกครั้ง สอท.จะใช้ใบสมัครที่ชำระเงินครั้งหลังสุดขอนำตัวอย่างระเบียบการเก่า มาให้ชม

Admissions 58

ดังนั้นถ้าใครตัดสินใจไม่ได้ อาจจะสมัครไปหลายใบ ก่อนปิดรับสมัครวันที่ 17 พ.ค.58 แล้วค่อยตัดสินใจภายในวันที่ 19 พ.ค. 58 การไปชำระเงิน จ่ายค่าสมัครใบที่เราเลือก

3 สอท จะดึงข้อมูล คะแนน GAT/PAT O-NET จาก สทศ. และดึงเกรดเฉลี่ยจาก กระทรวงศึกษาฯ

4 การประมวลผลในการคัดเลือก จะให้ความสำคัญกับคะแนนเที่สุดนะครับ อันดับ 1-4 เป็นแค่โอกาสในการเลือก

ถ้า A คะแนน 20,000 เลือกอันดับ 2
B คะแนน 21,000 เลือกไว้อันดับ 4
- แบบนี้นาย B สอบติดนะครับ

5 มหาวิทยาลัยต่างๆอาจจะมีการประกาศ จำนวนรับนักศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ ดังนั้นคอยติดตามข่าวจากทางเว็บไซต์ cuas และ เว็บไซต์ของแต่ละสถาบัน

6 มี 4 อันดับ เลือกแค่ 3 อันดับได้ไหม !!? -ได้ครับ

7 มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษามากกว่า จำนวนที่ประกาศได้แต่จะไม่มีการรับนักศึกษาน้อยกว่าจำนวนที่ประกาศ ครับ

8 ปัญหา พ่อแม่กะลูกใคร มีอำนาจตัดสินใจ ในการเลือก คณะ !!??

กรณีศึกษา คุณลูกสมัครแล้ว ชำระเงินแล้ว คุณพ่อคุณแม่สมัครใหม่ ชำระเงินให้ ด้วย !!ตามกฎต้องยึด ใบสมัครสุดหลังสุดที่ชำระเงิน

แต่เมือคุณลูกร้องเรียนไปที่ สอท. สุดท้าย สอท.คืนสิทธ์ให้คุณลูกนะครับ

9 คะแนนเท่ากัน !! ใครจะสอบติด !?

- ส่วนใหญ่จะสอบติดทั้งคู่นะครับ


เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ เข้ามหาวิทยาลัย หลังจากรู้ผล Admissions 2558


เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ เข้ามหาวิทยาลัย หลังจากรู้ผล Admissions
การเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์มีคำกว่าว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ดังนั้นเอง เราจะต้องเตรียมหาข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย คณะที่เราจะเลือก รวมไปถึงความรู้รอบตัวทั่วไปที่เกี่ยวกับสาขาวิชานั้นๆ

การแต่งกาย
ประกาศผล admission 58
อันนี้เป็นสิ่งที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลย เราควรจะต้องแต่งตัวให้ถูกระเบียบทุกประการ เสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องใหม่แต่ต้องสะอาด ไม่ยับยู่ยี่ สำหรับผู้ชายวันนั้นขอแนะนำให้ตัดผมสั้นหน่อยก็ดี ผู้หญิงก็มัดรวบผมให้เรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องวงเเว๊กขัดเงาต่างๆ

สำหรับคุณน้องผู้หญิงพวกเครื่องประดับ สร้อยแหวน ข้อมือ ต่างเป็นไปได้ถอดให้หมด น้ำหอมก็ใส่แต่พองาม ใส่มากไปจากหมอจะกลายเป็นฉุน สำหรับเรื่องแต่งหน้าเป๊ะแป้งธรรมดาก็ไป ไม่ต้องเขียนขนตา ทาปากเหมือนกับไปเที่ยวสยามนะครับ

ควรเตรียมอะไรอยู่บ้าง

เราเหมาะสมจะเตรียมเอกสารทั้งเกลี้ยงก่อนวันสัมภาษณ์นะครับ ไม่ใช่ไปเตรียมตอนรุ่งเช้าอย่างไรนี้จะยุ่งมากทำให้เราไปสายได้ การเตรียมเอกสารก็ควรหาแฟ้มที่มีหลายช่องเพื่อจะได้แยกเอกสารแต่ละชนิด จะได้หาได้ง่ายเวลานำออกมาใช้ รูปถ่าย GPA หลักฐานต่างๆ รวมทั้ง ปากกาพร้อมด้วยก็เนื้อที่ลบคำผิด จะได้ไม่แตะต้องยืมคนอื่นเหมือนตอนอยู่โรงเรียนนะ

คืนก่อนวันสัมภาษณ์

ก็ตามสูตร ดื่มวีต้าต่อจากนั้นไปนอนซะแล้วก็รีบนอน ( หลายคนระวังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ก็พยายามนับแกะเอานะครับ ) โดยพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจี๊ดจ๊าดต่างๆ ตั้งแต่เก่าวันสัมภาษณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ท้องเสีย

ถ้ามีสัมภาษณ์ตอนประมาณช่วงเช้ายังไงก็ควรกินอาหารเช้าด้วยนะครับเนื่องจากกองทัพต้องเดินด้วยท้องและเลี่ยงปัญญาท้องร้องตอนสัมภาษณ์
สำหรับอาหารก็ควรทานอาหารจำพวกย่อยง่าย เช่นโจ๊ก งดอาหารพวกนมและของมันและเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลมเพราะจะทำให้ท้องอืดและมีอาการเรอได้ และควรเขี้ยวอาหารให้ระเอียด (ท่าทางจะแนะนำอาหารละเอียดเกินไป)

เมื่อเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์

ต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน และต้องแน่ใจว่าเขานัดสัมภาษณ์ที่ใด ถ้าไม่แน่ใจให้เดินทาง ไปดูล่วงหน้าก่อน แต่ที่ดีที่สุดควรเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์ล่วงหน้าประมาณสัก 15 นาที จะทำให้เรามีสมาธิ และมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น

แต่ถ้าไปถึงล่วงหน้าเป็นชั่วโมง ก็ดีแต่อาจจะทำให้คุณรอนานอาจเกิดความหงุดหงิด เสียสมาธิได้ และควรไปคนเดียว ถ้าไม่จำเป็นอย่าพาผู้อื่นไปด้วยเยอะจะทำให้เราพะวง เห็นหลายคนยังไปปิกนิกเล่นพามาทั้งครอบครัว กำลังใจเพียบ ครอบครัวเรามันช่างอบอุ่นอะไรเช่นนี้ อ๋อแล้วอีกอย่างผู้ติดตามก็ควรแต่งกายสุภาพด้วยนะครับ

ระหว่างนั่งรอสอบสัมภาษณ์

ช่วงก็พยายามทำใจให้สบาย นึกถึกพ่อแก้วแม่แก้วไว้ อย่าทำหน้าเหมือนไม่ได้อึมาหลายวันหละ และก็ควรจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการทบทวนความรู้รอบตัวต่างๆ ถ้าได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก็ควรพูดคุยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส อ๋อระหว่างนั่งรอก็นั่งให้มันเรียบร้อยหน่อยครับ อย่ากระดิกเท้า นั่งถ่างขา นั่งยืดขา แคะขี้มูกด้วย อ๋อก่อนเข้าห้องอย่าลืมปิดมือถือให้เรียบร้อย

เมื่อถูกเรียกตัวเข้าสัมภาษณ์

ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ลองหายใจลึก ๆ แต่อย่ามากอาจหน้ามืดก่อน (และก็ควรบอกกับตัวเอง เรายอด เราเยี่ยม เราทำได้ สร้างขวัญและกำลังใจ ห้ามคิดเด็ดขาดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ ) และก็เดินลุกอย่างสง่างามเขาไปที่สัมภาษณ์ ถ้ามีประตูควร เคาะ ประตู เสียก่อน ตามมารยาท ยกมือวันทาด้วยท่าทางสุภาพ ควรไหว้ประธานหรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดเพียงผู้เดียวถ้านั่งอยู่หลายคน โดยทั่วไปมัก นั่ง ตรงกลาง เรื่องนี้ ใช้ไหวพริบเองก็แล้วกัน

อย่าเพิ่งนั่งจนกว่าจะได้รับอนุญาต หรือ คำเชิญจากผู้สัมภาษณ์ แต่ถ้ารู้สึกว่าลมมันเย็นหรือยืนนานเกินไปแล้วผมว่าเราอนุญาตนั่งก็ได้ กล่าวขอบคุณครับ แล้วเราก็นั่งให้หัวใจเต้นเบาลง ตั้งสติก่อนสัมภาษณ์ พอนั่งแล้วก็จัดวางตัวเองอยู่ในที่เรียบร้อย หลังห้ามงอ หน้ามองตรง และที่สำคัญ ยิ้มสยาม

การวางตัวในขณะสัมภาษณ์

ทำหน้ายิ้มไว้ สบสายตาผู้สัมภาษณ์มีหลายคนชอบมองเพดานหรือมองหาเศษเหรียญตามพื้นถ้าโชคดีอาจจะได้เจอแบงก์พันก็ได้ ถ้าคนสัมภาษณ์มีหลายคนก็ควรแจกจ่ายสายตาให้ทั่วถึงด้วยแต่ก็เน้นไปที่คนใหญ่คนโต ควรนั่งในท่าสุภาพ ไม่เกร็ง วางแขนไว้ที่ตัก อย่าสั่นขา

การตอบคำถามควรลงท้ายด้วย “ครับ”, “ค่ะ” เสมอ ไม่ควรตอบเฉพาะคำถามห้วนๆ ไม่ควรพูดสอดแทรกในขณะที่ผู้สัมภาษณ์กำลังพูด ถ้าอาจารย์เกิดแนะนำตัวเองด้วยการบอกชื่อขึ้นมาน้องควรจะจำให้ได้ แล้วต่อไปก็ต้องเรียกชื่อของอาจารย์

การตอบคำถามขณะสอบสัมภาษณ์

จงตอบคำถามด้วยความมั่นใจ ฉะฉาน พูดให้เป็นธรรมชาติด้วยเสียงที่พอเหมาะอย่าค่อย หรือดังเกินไป จงพูดเท่าที่จำเป็นอย่าคุยโม้โอ้อวด หรือถ่อมตนมากเกินไป ห้ามพาดพิงให้ร้ายพูดถึงคนอื่นในแง่ลบ จงพูดในสิ่งที่เป็นความจริงและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำถามและเป็นประโยชน์ สำหรับคุณให้มากที่สุด ดังนั้นเราก็ควรจะฝึกพูดกับตัวเองหรือหน้ากระจกด้วยนะครับ เพื่อจะได้ไม่ประหม่า และก็หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เฉาพกลุ่มต่างๆนานา

เช่น มันเริ่ดจริง เกรียน สมัยนี้คงไม่มีใช้คำว่าจ๊าบละมั้งสมัยก่อนฮิตกันมาก แล้วอีกอย่างคือห้ามเถียง ถึงเถียงชนะแต่เราก็อาจจะสอบไม่ติดได้ = = การตอบคำถามทุกคำถามควรจะพูดความจริง เพราะว่าคนสัมภาษณ์เขามีประสบการณ์เยอะ ( ก็อายุเยอะแล้ว ) ดังนั้นถามถ้าเราโกหกอะไรไปพวกเขาจะจับผิดได้ 99% ยกเว้นน้องจะมีความชำนาญพิเศษในด้านก็ตามแต่ก็ไม่ควรจะเสี่ยง

เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ คำถามที่พบบ่อย

1. เล่าประวัติแบบย่อ ๆของคุณให้ฟังหน่อยครับ / แนะนำตัวให้กรรมการฟังหน่อยครับ ถามมาแบบนี้ จะถามทำไม ก้อดูเอาในประวัติสิครับอย่าตอบไปเด็ดขาดเลยนะ ที่เค้าถามน่ะเพื่อดูภาพรวม, การแสดงความคิดเห็นของตนเอง

ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องง่าย อิฉันก็ควรจะจัดลำดับคำสนองไขให้ดีนะ เรื่องข้าวของตัวเอง Present ให้เต็มที่เลย แต่ทว่า อย่าไปพูดวกไปวนมา หรือยืดยาวจนเกินไปนะ!!!! แนวๆประมาณ ชื่อ…..ชื่อเล่น…..มาจากรร.ไร…..กระแสความสามารถพิเศษ…..หรืออย่างอื่นที่เราคิดว่าเป็นจุดเด่นของตนเองประมาณเนี้ย ดังนั้นควนจะฝึกมาตั้งแต่ที่บ้านนะครับ

2. เหตุผล ทำไมๆๆ ถึงเลือกเรียนที่นี่ สาขานี้ ในการตอบนั้น แต่ละคนอาจจะกอบด้วยลักษณะคำตอบที่แตกต่างกัน แนวทางของคำตอบนั้น พยายามตอบเป็นกลางๆ คือไม่ได้มาฟังดูดีมาก หรือห้วนจนเกินไป เพื่อความเป็นธรรมชาติ และไม่ดูเป็นสคริปต์มากนัก และที่สำคัญ ควรตอบคำถามทุกคำถามด้วยถ้อยคำชัดเจนและสุภาพ เพื่อแสดงความมั่นใจในตัวเองและความเคารพต่อกรรมการ

3. วิชาที่ชอบและไม่ชอบ

4. อาชีพในฝัน

5. ถ้าไม่ได้เรียนที่นี่ในคณะนี้ จะศึกษาเล่าเรียนที่ไหน

6. ถ้าเรียนแล้วรู้ตัวว่าคณะนี้ไม่ใช่จะทำอย่างไร ( ตอบยากมาก )

7. เรียนหนักนะจะไหวหรอ บอกไปเลยว่าจะพยายามให้ดีที่สุดถ้าได้โอกาสเข้าเรียน อย่าโม้เช่นว่า อย่างผมนะเก่งอยู่แล้วไม่มีอะไรยากสำหรับผม 55

8. ถ้าอาจารย์ถามถึงข้อเสียของเรา เช่นเคยทำอะไรให้พ่อแม่เสียใจบ้าง เคยสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้างก็ ตอบตามความจริง เพราะอาจารย์บางคนจะไล่ถามถ้าเราแต่งเองก็จะจนมุมในที่สุด
ติดตาม ประกาศผล แอดมิชชั่น 58 ได้ที่ http://campus.sanook.com/1376685/

Comments

comments