มาพิสูจน์ซากผีแดง?

ด้วยว่า หลุยส์ ฟาน ฮัล พร้อมทั้งพลพรรคผีแดงเท่าที่โดน แดนนี่ เวลเบ็ค เด็กเก่ากลับมายัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดร่วงเอฟเอ คัพ รอบแปดหมู่สุดท้าย

เพราะอดีตเด็กปั้นของผีแดงไม่อยู่ในแผนการทำเหล่าของ หลุยส์ ฟาน ฮัล ต้องหาที่พำนักใหม่ โดย อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาเสียบดึงไปร่วมทีมปืนโต

ซึ่งในที่สุดวันหนึ่งกลับมาสร้างความเจ็บปวดให้กับแฟนบอลผีแดงถ้วนทั่วทุกตัวคน

คนนั้นคือแดนนี่ เวลเบ็ค

ไม่ว่ายังไงก็ต้องพูดถึงครับ ก็เพราะว่านี่คือการกลับมาพิสูจน์คุณค่าของตัวเองต่อหน้าแฟนบอลผีแดง ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กสร้างทว่าเส้นทางกลายเป็นคู่ขนานก็เพราะว่า หลุยส์ ฟาน ฮัล กุนซือคนใหม่

เกี่ยวกับการยิงประตูคณะเก่าเราเห็นกันเป็นประจำ เวลเบ็ค มีแรงจูงใจมากอยู่แล้วในการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าต่อตา หลุยส์ ฟาน ฮัล ซึ่งในความเป็นจริงๆมันคือเรื่องธรรมดา กุนซือแต่ละคนมีแนวทางของตัวเอง นักเตะคนไหนเหมาะกับแผนการเล่นเหรอไม่ย่อมรู้ดี

ซึ่งในวันข้างหน้า ฟาน ฮัล อาจจะพาผีแดงประสบความสำเร็จมากมาย ทว่าวันนี้คือวันของ เวลเบ็ค ได้แฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวนักแบบอัตโนมัติของพวกอาร์เซนอล พร้อมด้วยฟอร์มการเล่นไม่ได้เริดหรูอะไรมากมาย

คนที่สอง อังเคล ดิ มาเรีย

ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยกับฟอร์มการเล่นที่ดรอปลงไปแบบน่าใจหาย ค่าตัวมหาศาลนั่นคือความกดดันเพราะคณะคาดหวังไว้สูงมาก

เกี่ยวกับ 2 นัดหลังสุดที่เปลี่ยนมา โดนเปลี่ยนตัวโดยได้เล่นแค่ครึ่งเดียวในเกมชนะซันเดอร์แลนด์ ภายหลังนั้นเล่นเกือบชั่วโมงในนัดเจอนิวคาสเซิล

พร้อมกับมาถึงเกมเจอ พวกหมู่อาร์เซนอลแม้ หลุยส์ ฟาน ฮัล ยังไม่มีความคิดในลักษณะนั้น แต่โดน ไมเคิล โอลิเวอร์ ไล่ออกจากสนาม

โดยที่ดิ มาเรีย นั้นพยายามอย่างมากกับการเรียกฟอร์มเดิมๆกลับมา ก่อนโดนไล่ออกถือว่าทำผลงานใช้ได้ เพราะว่าเฉพาะจังหวะแอสซิสต์ให้กับ เวย์น รูนี่ย์ รวมไปถึงความพยายามในการเล็ดลอด เข้าไปอยู่หลังแนวรับของทีมอาร์เซนอล

และความพยายามพิสูจน์ตัวเองให้เห็นกันเต็มตามาถึงจุดสิ้นสุดจนได้ในช่วงเวลาที่ผีแดงต้องการประตูคืน น่าเสียดายนักๆแต่การไปดึงเสื้อผู้ตัดสินแบบนั้นยังไงก็โดนอยู่แล้วกับเหโจษจันงที่ 2 แบบต่อเนื่อง

คนที่ 3 มารูยาน เฟลไลนี่

เหตุด้วยในช่วงเวลาที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มีอาการบาดเจ็บติดตัว ราดาเมล ฟัลเกา ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับกุนซือ รวมไปถึง ฆวน มาต้า ที่นั่งยาวมากขึ้นเรื่อยๆ มารูยาน เฟลไลนี่ คือนักเตะที่ได้รับโอกาสมากจาก หลุยส์ ฟาน ฮัล

ซึ่งเกมนี้ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีครับ ป่วนพร้อมด้วยกดดันใส่ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ได้ดี รวมถึงการพักบอลให้กับเพื่อนร่วมเหล่า

แต่ว่าเรื่องราวที่แฟนผีแดงต้องรับรู้ให้ดีก็คือ เฟลไลนี่ ไม่ใช่กองหน้าอาชีพ สัญชาติญาณแตกต่างกัน บางจังหวะการปลงใจฉับพลันต้องใช้สัญชาติญาณตัดสิน

คนที่ 4 อันโตนิโอ วาเลนเซีย

เล่นเป็นเป็นวิงแบ็กด้วยกันแบ็กขวาที่ หลุยส์ ฟาน ฮัล เเอิกเกริกกใช้บริการบ่อย มาตรฐานที่เปลี่ยนมาถือว่าใช้ได้ แม้ไม่มีอะไรที่หวือหวาหรือว่าว่าโดดเด่นจนเป็นที่พูดถึง

พร้อมกับลักษณะของวาเลนเซียเป็นแบบนั้น แค่เล่นไปตามมาตรฐานแต่ไม่ใช่พวกที่เล่นแบบตระการตา เหรอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับกุนซือไปเรื่อยๆ

ซึ่งคราวถึงจุดหนึ่ง หลุยส์ ฟาน ฮัล ต้องขบคิดเช่นกันวิงแบ็กเหรอแบ็กฝั่งขวาถึงเวลาปิดเทอมต้องมีการซื้อเพิ่มแน่นอน ไม่บ่อยเท่าไหร่ที่ วาเลนเซีย จะพลาดแล้วพลาดอีก สกอร์แรกของคณะฝ่ายอาร์เซนอลเกิดขึ้นเพราะว่าแบ็กขวาผีแดงไม่ประกบ นาโช่ มอนเรอัล ให้ความเป็นไทให้ยืนโล่งโจ้ง

ในส่วนของประตูที่ 2 วาเลนเซีน ส่งบอลคืนหลังโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ แดนนี่ เวลเบ็ค ฉกไปยิงประตูตัดสินเกม ทั้ง 2 จังหวะที่ วาเลนเซีย ผิดพลาดโดนลงดาบถึงขั้นพ่ายไปเลย

คนที่ 5 เวย์น รูนี่ย์

เกมส์นี้ กัปตันหมูถูกใช้งานในแดนกลางอยู่พักใหญ่จนห่างไกลในเรื่องของสกอร์ แฟนบอลรู้สึกขัดเคืองใจอย่างยิ่ง จนถึงช่วงเวลาที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้รับบาดเจ็บ กุนซือ ฟาน ฮัล ยอมสลับม่านให้ รูนี่ย์ ขึ้นมาเล่นกองหน้าอีกครั้ง

พร้อมด้วยสกอร์เหล่าอาร์เซนอล ผลการแข่งขัน ผลที่กระทบต่อความรู้สึก สภาพของจิตใจส่งผลไปถึงการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ด้วยแน่นอน

เพราะที่หลุยส์ ฟาน ฮัล เอื้อนไว้ว่าการเอาชนะเหล่าอาร์เซนอลให้ได้จะเป็นกำลังใจและโมเมนตั้มที่สมบูรณ์แบบของแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด กับการเผชิญหน้าศึกใหญ่ในพรีเมียร์ ลีก ถึง 4 นัดจากทั้งหมด 5 นัดในช่วงเวลาต่อจากนี้

1.กลุ่มสเปอร์ส
2.ลิเวอร์พูล
3.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
4.เชลซี

คือตารางบอล 4 ใน 5 เกมต่อจากนั้นของผีแดง เจอของหนักจากพวกที่ลุ้นแชมป์พร้อมทั้งลุ้นท็อปโฟร์แบบติดต่อกันเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญที่สุดของ หลุยส์ ฟาน ฮัล ที่หลงเหเอิกเกริกอยู่

ก็ไม่อยากได้คิดรับถ้าผีแดงหลุดท็อปโฟร์ซึ่งเป็นพื้นที่เป่าหมายพ่างอย่างเดียวที่เหเอิกเกริกอยู่เวลานี้ บรรยากาศในโอลด์แทรฟฟอร์ดจักเป็นอย่างไร

เทอร์รี่ไม่ได้ดู ดึงกันเอง

เปลื้องซิลวา โขกประตู2-2ร่วงคาบ้าน

ด้วยว่าจอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมเชลซี ผิดพลาดอย่างมหันต์ จนเป็นที่มาของการเสียประตูตีเสมอ 2-2 กระเด็นตกรอบ 16 หมู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ซึ่งศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มสุดท้าย นัดสอง ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่าง เชลซี กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ครั้นเมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม ที่ทะลุทะลวงมา มีเรื่องราวให้พูดถึงมากมาย

เรื่องผลการแข่งขันลงเอยใน 120 นาที 2-2 ทำให้สกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 3-3 แต่เป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้ทะลวงเข้ารอบ 8 คณะสุดท้าย ด้วยกฏประตูหมู่เยือน อเวย์โกล

แต่ว่าช็อตสำคัญที่เกิดขึ้นในเกมนี้ นอกเหนือจากจังหวะโดนใบแดงของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในนาทีที่ 31 ยังมีจังหวะที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก

ซึ่งนั่นคือการประกบตัวพลาดของ จอห์น เทอร์รี่ กัปตัน พวกเชลซี ในจังหวะโดนฝ่ายดังจากเมืองน้ำหอมตีเสมอ 2-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ด้วยกันในจังหวะดังกล่าว เทอร์รี่ ที่กำลังตามประกบ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิเลียน ในจังหวะเตะมุม นาทีที่ 114

เพราะว่า ทันใดนั้นเอง แกรี่ เคฮิลล์ ดันโผล่มาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เทอรี่คิดว่าว่าเป็น ติอาโก้ ซิลวา เพราะสายตาเทอรรี่กำลังจับจ้องมองที่บอลอย่างเดียว จึงพยายามเหนี่ยวเพื่อไม่ให้ขึ้นโหม่งถนัด

แต่ว่ากลับกลายเป็นว่าการประกบตัวที่ผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้ ซิลวา ดึงตัวเองถอยออกมา พร้อมกับเทคตัวขึ้นโหม่งโล่งๆคนเดียว เสียบตาข่ายอย่างสุดสวย

Comments

comments