วิเคราะห์บอลเก็บตกหงส์ปีกหัก?

เหล่าเชลซี คือคณะที่เดินทางไปเวมบลีย์ได้สำเร็จ เพื่อโอกาสในการว้าแชมป์แคปิตอล วัน คัพ ภายหลังเอาชนะ กรุ๊ปลิเวอร์พูล เพราะได้ประตูชัยจาก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

พร้อมทั้งด้วยหงส์แดง ปิดกำแพงไปอีกหนึ่งรายการ ความคาดหวังที่จักส่งท้ายในการแยกทางกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ด้วยความสำเร็จสักอย่างหนึ่งระบือนรางไปเรื่อยๆ

เช่น ดีเอโก้ คอสต้า…

เขานั้น โดนสื่อในอังกฤษรวมทั้งบรรดากูรูทั้งหลายรุมสับกันไม่ยั้ง หลังจากย่ำใส่ เอ็มเร่ ชาน ของหงส์แดง ตอกย้ำการกระทำเดิมด้วยการย่ำใส่ มาร์ติน สเคอร์เทล

แต่ว่า คอสต้า โชคดีที่ได้อยู่ในสนามจนจบเกม ทั้งที่ควรจักโดนตะเพิดออกไป สื่อผู้ดีวิเคราะห์บอลว่าไว้อย่างนั้น สไตล์ของ ดีเอโก้ คอสต้า เป็นหมู่ดุดันก้าวร้าว พร้อมทั้งมีลูกจุกจิกค่อนข้างมาก จะกระตุ้นอารมณ์ไม่ก็กระตุ้นเกมให้เดือดขึ้นมาได้ตลอดเวลา

นี่เป็นสไตล์ส่วนตัวครับ ผู้ตัดสินต้องตามให้ทัน ทว่าอย่างหนึ่งที่ไม่รับไม่ได้ คอสต้า จะก่อกวนแนวรับของหงส์แดงให้วุ่นวายได้

และนอกจากนี้สกอร์ที่มีให้กับเชลซีมากมาย บ่งบอกให้ทราบชัดเจนว่าไม่ใช่กองหน้าธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น สไตล์แบบนี้รับมืต้องประสงค์ครับ
ตัวของติโบต์ กูร์กตัวส์
เรียกได้ว่าช่วยเชลซีแบบเป็นชิ้นเป็นอันอีกแล้ว เลกแรกที่เจอกัน กูร์กตัวส์ มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ปกปักรักษาไม่ให้บอลทะลุเข้าไปสู่ก้นตาข่ายได้ เลก 2 ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็เป็นแบบนั้น

เขานั้นปกป้องเป็นพัลวัน ทั้ง 1.แขน, 2.ขา, 3.ตัว หรือแม้แต่ 4.ใบหน้า เอาทุกส่วนของร่างกายออกมาบล็อกไม่ให้ฝ่ายเสียประตู โจเซ่ มูรินโญ่ ตกลงใจเด็ดขาดพร้อมด้วยถูกต้องอย่างยิ่งที่ดึง ติโบต์ กูร์กตัวส์ กลับมาใช้งาน พร้อมกับดันให้เป็นมือหนึ่งของกรุ๊ป

ด้วยว่าปีเตอร์ เช็ก ไม่ถึงกับเป็นจุดอ่อนอะไร ยังคงมีฝีไม้ลายมือ แต่ น้ามู มองแล้วว่า เช็ก มีแต่จักเท่าเดิมพร้อมด้วยตกลงไปเรื่อยๆ ทว่า กูร์กตัวส์ มีแต่จักเพิ่มขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องวางรากฐานการใช้งานกันไปอีกเป็น 10 ปี
ตัวของบรานิสลาฟ อิวาโนวิช
เรียกได้ว่ากองหลังประสบการณ์เพียบของเชลซี อนุญาตของออกมาให้เห็นกันอีกแล้ว เชลซียุคใหม่ที่ โจเซ่ มูรินโญ่ สร้างขึ้นมา โดยทยอย เปลื้องตัวเก่าๆเหรอลดบาทบาทนักเตะที่เคยยิ่งใหญ่กันมาในยุคแรก

แต่ว่าบรานิสลาฟ อิวาโนวิช ได้ส่งต่อเรื่องราวให้รุ่นใหม่แบบเต็มๆ เกมที่ตึงเครียด ช่วงเวลาที่เหมาะสม มีแต่พวกเก๋าๆเท่านั้นที่ทีมไม่ว่าจักเป็น เอด็อง อาซาร์ หรือ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ดูดีมาก

ซึ่งทั้ง 2 คนพยายามสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น สร้างโอกาสให้กับฝ่ายให้ถึงที่สุด กล้าเล่นเพราะว่ามีความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยม

กับเพราะเฉพาะ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ โชว์ทักษะด้วยกันความพวกหงส์แดงอย่างชัดเจน

ตัวของเดยัน ลอฟเรน

เขานั้นมีชื่อเป็นตัวสำรองของ ทีมลิเวอร์พูล ทว่านั่งดูยาวตลอดเส้นทาง แม้ช่วงเวลาที่ มามาดู ซาโก้ ได้รับบาดเจ็บ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง เกล็น จอห์นสัน ลงไปทำหน้าที่แทน

และก็แน่นอนว่าหลังกลับมาจากอาการบาดเจ็บส่งลงเล่นในเกมที่กดดันมากๆไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การใส่ชื่อสำรองไว้นั่นหมายถึงพร้อมในระดับหนึ่ง

เพื่อการตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่แค่ไม่ค่อยแน่ใจในตัว เดยัน ลอฟเรน แต่เข้าขั้นไม่มั่นใจเอามากๆ

ดามัน

ถ้วยเอฟ เอ คัพ ถ้วยแห่งแรงจูงใจ

ถ้าหากจะพูดถึงปัจจัย ประการหนึ่งที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าจะมี อิทธิพล ต่อผลการแข่งขันฟุตบอลได้มากมายก็คือการ อัดฉีด

แต่ว่าเป็นแน่แท้ๆ แล้วการอัดฉีด เหรอเป็นเม็ดเงิน Incentive ซึ่งหมายถึงแรงจูงใจในการทำให้นักเตะ ผลิตผลงาน หรือไม่ perform ได้ดีกว่าระดับปกติของตัวเอง

ก็วิธีการมีเยอะแยะครับ เช่น สโมสรจ่ายตรงแม้ทีมชนะ ซึ่งถ้าเป็นสโมสรอาชีพในลีกยุโรป หรือไม่แม้แต่ฝ่ายชาติเอง การชนะเลิศถ้วยรางวัล หรือได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์สำคัญมักจักมีเงินโบนัสประกาศล่วงหน้าเสมอ

เพียงแต่สมมติเป็นลีกฟุตบอลบ้านๆ ทั่วไป หรืออาจหมายรวมถึง ลีกไทย เท่าที่ผมเคยสัมผัส

ภาพโทมัส เมเฆียส นายด่านโบโร่ ที่ เหล่าแมนฯ ซิตี้ ยิงยังไงก็ไม่เข้า

โดยที่วิธีการอาจ แยบยล กว่านั้น เช่น แอบอัดฉีดศูนย์หน้าให้ยิงประตู เหรอ แอบส่งซิกผู้รักษาประตูว่า ถ้าหากไม่เสียประตูในแมตช์นี้จะได้เงินพิเศษ เป็นต้น

ซึ่งก็แน่นอนครับว่า ถ้าหากกลุ่มไม่เสียประตูอัดฉีดนายทวารไปแล้ว กับยิงได้ แอบจักให้ศูนย์หน้า ฝ่ายย่อมชนะ พร้อมด้วยจะยอดเยี่ยมมากๆ ในแมตช์สำคัญ เช่น ดาร์บี้แมตช์ หรือนัดเจอกับฝ่ายโซนเดียวกัน

เหตุด้วยของเมืองนอก หรือไม่ลีกระดับสูงของโลกคงไม่มีวิธีการแยบยลดังกล่าว แต่ด้วย พื้นฐาน รายได้นักกีฬา และเงินรางวัล มันจะเป็นแรงจูงใจเพราะอัตโนมัติให้นักกีฬา

และไม่นับความภาคภูมิใจ เกียรติยศ และศักดิ์ศรี ซึ่งประเมินค่าไม่ได้เพื่อนักกีฬาที่จัก แตะถึง เอฟเอ คัพ รอบ 4 ซึ่งพลิกล็อกป่นปี้ กับระเนระนาดอีกหนว่า แรงจูงใจ อะไรทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

หมู่คริสตัล พาเลซ บุกมาชนะ กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมฟอร์มแรงคาบ้าน

ก็นั่นแหล่ะครับ 1.เม็ดเงิน, 2.ความภูมิใจ 3.เกียรติยศ, 4.ศักดิ์ศรี ข้างต้นมีส่วนอยู่แล้ว เพราะมันคงจะหา ช่องทาง ไหน? รายการใด ดีเท่ากับเอฟเอ คัพ เป็นไม่มีอีกแล้วในการประกาศตัวตน

พร้อมกับนอกเหนือจากการได้เล่นใน สนามใหญ่ เช่น กว่า 4 หมื่นคนใน สแตมฟอร์ด บริดจ์, 6 หมื่นคนใน เอติฮัด สเตเดี้ยม ฯลฯ

ซึ่งนั่นเป็น ความฝัน ของนักบอลเกรดรองๆ ที่ครั้งหนึ่งอยากเล่นท่ามกลางผู้คนหลายหมื่น ที่แม้ไม่ใช่แฟนบอลตัวเอง กับบรรดาแข้งระดับโลกที่เคยแต่ในโทรทัศน์ จนเกิดการแย่งแลกเสื้อบ่อยๆ

พร้อมกับริชาร์ด มันนี่ ผู้จัดการหมู่ เคมบริดจ์ ถึงกับสั่งห้ามนักเตะแลกเสื้อกับขุนพล ฝ่ายปิศาจแดง สมมุติไม่ต้องการจ่ายค่าเสื้อที่แลกนั้น 40 ปอนด์ ให้กับสโมสร

เพราะที่ในทางปฏิบัติคงไม่มีใครฟัง แต่ทางทฤษฎีน่าจักเป็นการ กระตุ้น ขวัญ กำลังใจ สมาธิ นักเตะตัวเองมากกว่าไม่ให้หมกมุ่นเรื่องนอกสนามมากไป

นี่คือพลังแฝงของนักเตะ เคมบริดจ์ ทำให้ผีแดงต้องเหนื่อยอีกนัด

ถิ่นเคมบริดจ์ จึงเตรียมรับเงินกระทั่งถึงรอบ 4 ถึง 1.5 ล้านปอนด์ ด้วยกันเตรียมนำเงินส่วนหนึ่งไปซ่อมห้องน้ำสนามแข่งขันจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

พร้อมกับที่มากกว่านั้น รายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ทุกค่ำวันเสาร์พร้อมกับอาทิตย์ ที่ปกติจักฉายไฮไลต์พรีเมียร์ลีกแต่ละวีกก็จักเปลี่ยนเป็น เอฟเอ คัพ

ก็เพราะว่าฉะนั้น โอกาสจักได้เป็น ซูเปอร์สตาร์ ข้ามคืนบนจอตู้จึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอพางแต่คุณ กับหมู่ของคุณประสบความสำเร็จเป็น แจ๊ค ล้ม ยักษ์ เหรอทำแค่เสียว เช่น ยันเสมอ 0-0 ได้เหมือน เคมบริดจ์ ในนัดเจอ กรุ๊ปแมนฯ ยูฯ

แต่ว่าที่น่าสนใจเข้าไปอีกคือ สมาคมฟุตบอลอังกฤษจะวาง บอลถ้วย เอฟเอ คัพ ไว้พิเศษ แตกต่างจากบอลถ้วยลีกยุโรปอื่นๆ

ต่างว่าเพราะว่า เอฟเอ คัพ จะเตะสุดอาทิตย์ และจะแทนที่ บอลลีก อันหมายถึง ทุกสายตา ไม่ก็เป้าหมายหลักของคอบอลอาทิตย์นั้นๆ จักเป็น เอฟเอ คัพ

เพราะว่าเหตุนี้จึงไม่แปลกที่

1.เคมบริดจ์
2.โบโร่
3.แบร๊ดฟอร์ด
4.โบลตัน
5.ไบรจ์ตัน

ที่ปราชัยด้วยซ้ำให้ กรุ๊ปอาร์เซนอล จึงมีชื่อกินพื้นที่สื่อได้มากมาย

ภาพจากซ้ายไปขวา 1.โมราอิส, 2.แบมฟอร์ด กับ 3.ดาร์บี้

ซึ่งสุดท้าย พร้อมทั้งแน่ๆๆแล้วเป็นประเด็นที่ยังแทบไม่เคยมีใครแตะมาก่อนก็คือ ประโยคสั้นๆ ของ อาร์เซน เวนเกอร์ หลังเกมกับ ไบรจ์ตัน ครับ

เพราะว่าที่กุนซือฝรั่งเศส มองในมุมว่า นักเตะในลีกรองหลายคนที่อยู่ในกลุ่ม แจ๊ค ล้มยักษ์ล้วนเป็นผลผลิตจาก Academy กลุ่มพรีเมียร์ลีกที่ไม่ต่อจากนั้นได้ กับต้องลดชั้นลงมาเซ็นคำมั่นนักเตะอาชีพในลีกรองๆ

เนื่องด้วยผู้เล่นเหล่านี้มีความพร้อมทั้งร่างกาย เฉพาะอย่างยิ่งจิตใจ ที่ทะเยอทะยานพิสูจน์ตัวเองจากเมื่อครั้งโดน ไม่ยอม จากกลุ่มใหญ่จนต้องระเหเร่ร่อน

1.ตัวของแพทริก แบมฟอร์ด ที่เป็นอดีตเด็กฝึกใน เหล่าเชลซี ก็อยู่ในชุด คณะโบโร่ บุกชนะ กลุ่มแมนฯซิตี้ 2 – 0,
2.โรฮัน อินซ์ มิดฟิลด์ ฝ่ายไบรจ์ตัน อดีตเด็กสร้าง กลุ่มเชลซี อีกคน
3.อดัม เคลย์ตัน มิดฟิลด์ โบโร่ อดีตเด็ก เหล่าแมนฯซิตี้ เอง

ในส่วนของฟิลิเป้ โมเรส หัวหอกโปรตุกีส ของ แบร๊ดฟอร์ด ก็คือ เด็กน้อยวัย 20 ที่ โจเซ่ มูรินโญ่ เคยปิดประตูไม่เซ็นข้อตกลงจนกระทั่ง 9 ปีก่อน

ส่วนสตีเฟ่น ดาร์บี้ อดีต เด็กหงส์ ก็อยู่ใน พวกแบร๊ดฟอร์ด ชุดนี้

ก็นั่นล่ะครับ ผู้เล่นหลายคน มีปม พร้อมกับต้องการพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งก็ไม่มีเวทีใด โดดเด่น ด้วยกันเป็นช่องทางเหลี่ยมทองฝังเพชรได้เท่ากับ เอฟเอ คัพ อีกแล้ว

ไข่มุกดำ

ที่มา: http://sport.sanook.com/129477/,http://sport.sanook.com/129377/

Comments

comments